ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ผลพวงจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าไฟแพงขึ้น ดังนั้นในช่วงต้นปี พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา โรงงานอุตสาหกรรมในไทยจึงหันมาติดตั้งโซล่าร์เซลล์ (Photovoltaic : PV) บนหลังคามากยิ่งขึ้น โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ได้เปิดเผยข้อมูลตัวเลขการขอติดตั้งโซล่าร์เซลล์บนหลังคาของโรงงานอุตสาหกรรมที่พุ่งสูงถึงเดือนละ 500 คำขอ แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มอุตสาหกรรมโซล่าร์เซลล์ในปีนี้จะเป็นอุตสาหกรรมดาวรุ่งที่น่าจับตามอง รองรับเทรนด์พลังงานสะอาด

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากระบบโซล่าร์เซลล์ มีแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงสูงถึง 1,500 โวลต์ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงหากเกิดเหตุเพลิงไหม้ จึงต้องให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยตลอดการใช้งาน เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน ดังนั้นการมีกลไกความปลอดภัยแบบผสมผสานหลายประเภท ทั้งระบบป้องกันอัคคีภัยที่มีสาเหตุจากอาร์คไฟฟ้า ฟังก์ชั่น SafeDC™  และ ฟังก์ชั่นหยุดทำงานฉุกเฉิน (Rapid Shutdown) จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่จะทำให้ระบบโซล่าร์เซลล์ปลอดภัยยิ่งขึ้น เมื่อตรวจพบความผิดปกติ กลไกเหล่านี้จะทำงานร่วมกันเพื่อป้องกันเพื่อให้ความปลอดภัยส่วนต่อบุคคล, เจ้าของระบบ, รวมทั้งนักดับเพลิงที่ต้องเผชิญเหตุการณ์คนแรก ขณะเดียวกันยังช่วยลดการสูญเสียทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงทั้งอาคาร โรงงาน และโครงสร้างพื้นฐาน อีกทั้งยังลดการหยุดชะงักในการดำเนินธุรกิจอีกด้วย

1900x1170pxSAFETY

โซลูชั่น SolarEdge ตอบโจทย์ความปลอดภัยเชิงรุกที่หลากหลาย

SolarEdge โดยพัฒนาโซลูชั่นด้านความปลอดภัยเชิงรุกที่หลากหลายที่รวมการป้องกันและกลไกการตรวจจับอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดของประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อปิดระบบแล้ว แรงดันไฟฟ้ากระแสตรงของระบบโซล่าร์เซลล์จะลดลงอย่างรวดเร็วจนถึงระดับที่ปลอดภัยต่อการสัมผัส มีการตรวจจับความผิดปกติอย่างรวดเร็ว ป้องกันแบบเชิงรุกและต่อเนื่อง รองรับการตรวจสอบในระดับแผง พร้อมแจ้งเตือนข้อผิดพลาดในระดับแผงแบบเรียลไทม์

อาร์คต้นเหตุสำคัญให้ระบบ PV
ระบบโซล่าร์เซลล์โดยทั่วไป มีจุดเชื่อมต่อหลายจุด จึงมีโอกาสเกิดอาร์คไฟฟ้าขึ้นได้ในช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างคอนเนคเตอร์ 2 ขั้ว เช่น คอนเนคเตอร์แผงโซล่าร์ และจุดเชื่อมต่อใน Combiner Box ซึ่งมักเป็นผลมาจากการใช้คอนเนคเตอร์ที่ไม่ดี หรือการติดตั้งที่มีข้อผิดพลาด เช่น การเดินสายที่ไม่เหมาะสม และการเข้าสายที่อาจทำให้เกิดการเชื่อมต่อที่ไม่ดี รวมทั้งเงื่อนไขอื่น ๆ ที่อาจนำไปสู่การอาร์คได้ ได้แก่ อายุการใช้งาน, สภาพดินฟ้าอากาศ, ความเสียหายทางกล, และสัตว์กัดแทะ, การลดขนาดสายหรืออุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมซึ่งเพิ่มความต้านทานการเชื่อมต่อ นำมาซึ่งทำให้เกิดความร้อนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาร์คไฟฟ้าที่มีความร้อนมากพอมีอานุภาพที่จะละลายแก้ว, ทองแดง, และอลูมิเนียม สามารถเริ่มเผาไหม้วัสดุโดยรอบ รวมทั้งแผงโซล่าร์เซลล์ได้ ก่อให้เกิดเป็นอัคคีภัย ดังนั้นการมีระบบตรวจจับข้อบกพร่องของอาร์ค เพื่อป้องกันเหตุเกิดเพลิงไหม้จากอาร์ค จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับระบบโซล่าร์เซลล์

SolarEdge ทุ่มงบวิจัยและพัฒนาด้าน AFCI พัฒนาโซลูชั่นอัลกอริทึมครอบคลุม AFD และ AFP

SolarEdge ให้ความสำคัญในการตรวจจับการเกิดของอาร์ค โดยลงทุนวิจัยและพัฒนาด้าน AFCI (Arc Fault Circuit Interrupter) เพื่อทำความเข้าใจและกำหนดลักษณะอาร์คในระบบ PV พัฒนาอัลกอริทึม AFCI (Arc Fault Circuit Interrupter) ซึ่งครอบคลุมการตรวจจับอาร์คและการป้องกันที่จัดการทุกแง่มุมของเหตุการณ์ความผิดพลาดของอาร์ค ทั้งในเรื่องของ Arc Fault Detection (AFD)

Commercial S-Series NAM_safety-1-2

Arc Fault Detection (AFD) อินเวอร์เตอร์ของSolarEdge ประกอบด้วย DSP ที่เรียกใช้อัลกอริทึม AFCI ในเครื่อง เพื่อตรวจจับอาร์คที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้โซลูชั่น SolarEdge อิงตามการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่ดำเนินการในระดับแผง (Power Optimizer) และที่ระดับสตริง (อินเวอร์เตอร์)

ในส่วนของ Arc Fault Prevention (AFP)  SolarEdge ได้พัฒนา Power Optimizer และ Power Optimizer S-Series รุ่นล่าสุด ซึ่งขยายกลไก AFP ด้วยการออกแบบเทคโนโลยี SolarEdge Sense Connect ใหม่ เพื่อตรวจจับคอนเนคเตอร์ที่แผงโซล่าร์เซลล์ที่ผิดปกติในเชิงรุกและตรวจสอบสภาพของคอนเนคเตอร์ และสายไฟอย่างต่อเนื่อง ป้องกันเหตุการณ์ที่เกิดจากช่างติดตั้ง, การเดินสาย, หรือคอนเนคเตอร์ เมื่ออุณหภูมิเกินเกณฑ์ที่กำหนด Power Optimizer จะทริกเกอร์เหตุการณ์ควบคู่กับอินเวอร์เตอร์ ส่งผลให้ระบบของSolarEdge จะหยุดการผลิตแล้วกลับมาผลิตต่ออีกครั้งตามแนวทางมาตรฐานความปลอดภัย โดยอินเวอร์เตอร์จะส่งข้อมูลของระบบไปยัง SolarEdge Monitoring Platform ซึ่งทำหน้าที่ประมวลผลเหตุการณ์แจ้งเตือนผู้ติดตั้ง รวมทั้งระบุตำแหน่งข้อมูลและยังสามารถเรียกดูข้อมูลได้ระหว่างการติดตั้งผ่านแอปพลิเคชั้นโทรศัพท์มือถือ SetApp เพื่อระบุปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ในขณะที่ยังอยู่ที่ไซต์งาน เพื่อลดความเสี่ยงและระยะเวลาที่จะต้องกลับมาแก้ไขงานอีกครั้ง 

อินเวอร์เตอร์ของ SolarEdge จะมีเซ็นเซอร์ที่เทอร์มินอล DC/AC ซึ่งคอยตรวจจับอุณหภูมิที่ผิดปกติที่เกิดจากการเชื่อมต่อที่ไม่ดี ระบบจะแจ้งเตือนผู้ติดตั้งโดยอัตโนมัติ และปิดอินเวอร์เตอร์ หากจำเป็น

ปัจจุบันมีข้อกำหนดมาตรฐานหลักด้านอาร์ค 2 มาตรฐาน คือ มาตรฐาน UL1699B ใช้ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาในปี พ.ศ. 2554 หลังจากมีประสบการณ์ภาคสนาม ได้อัปเกรดในปี พ.ศ. 2561และมาตรฐาน IEC 63027 ของยุโรป ซึ่งยังอยู่ในสถานะร่าง โดย SolarEdge เป็นสมาชิกของคณะทำงานที่ร่วมมือกับผู้จำหน่ายระบบแผงโซล่าร์เซลล์รายอื่น, Grid Operator, และผู้ที่เกี่ยวข้องในการกำหนดมาตรฐาน IEC 63027 ด้วยระบบ SolarEdge ออกแบบตามมาตรฐาน IEC พร้อมที่จะปฏิบัติตามร่างข้อกำหนดฉบับล่าสุดทันทีที่ประกาศใช้

สำหรับการทำงานของอินเวอร์เตอร์ SolarEdge ได้รับการออกแบบให้มีระบบการป้องกันในตัว เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานการตรวจจับอาร์คตามมาตรฐาน UL1699B ของสหรัฐอเมริกา ช่วยป้องกันผลกระทบจากอาร์คที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ ซึ่งได้ตามมาตรฐานความปลอดภัย UL 1699B 2018 และมาตรฐาน IEC 63027 หากมีการประกาศใช้

SafeDC-1

SafeDC™ มั่นใจได้ถึงแรงดันไฟฟ้าที่ปลอดภัยต่อการสัมผัส

อีกหนึ่งฟังก์ชั่นสำหรับความปลอดภัย คือ SafeDC™ ซึ่งมีคุณลักษณะด้านความปลอดภัยในระดับแผง ช่วยลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าช็อตจากไฟฟ้ากระแสตรงแรงดันสูงให้เหลือน้อยที่สุด เมื่อปิดไฟ AC หรือมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย Power Optimizer จะเปลี่ยนกลับเป็นแรงดันไฟฟ้าแบบปลอดภัย ซึ่งเป็นค่าเริ่มต้นที่ถูกกำหนดไว้ เพียง 1 โวลต์ ทำให้มั่นใจได้ถึงแรงดันไฟฟ้าที่ปลอดภัยต่อการสัมผัส พร้อมทั้งรักษาระดับแรงดันสตริงของ Power Optimizer ให้ต่ำกว่า 30 โวลต์ จนถูกพัฒนามาเป็น Rapid Shutdown ที่ลดแรงดันดังกล่าวได้ภายใน 30 วินาที ทันฃกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงหรือกู้ภัย เข้าระงับเหตุต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที  

โดยทั่วไปการใช้งาน SafeDC™ หรือ Rapid Shutdown จะเป็นค่าเริ่มต้น ตั้งแต่งการติดตั้ง หรือแม้แต่เชื่อมต่อสายไฟแล้ว จะเข้าโหมดทำงานปกติเมื่อจับคู่กับอินเวอร์เตอร์ในขั้นตอนคอมมิชชั่นนิ่งแล้ว และเมื่อหากปิดการทำงานอินเวอร์เตอร์ หรือเมื่อไฟดับ เบรกเกอร์ทริป ก็จะเข้าสู่โหมดความปลอดภัยนี้อีกครั้งจนกว่าจะแก้ไขปัญหาในระบบไฟเสร็จสิ้น

SafeDC™ ของ SolarEdge ได้รับการรับรองในยุโรปว่าสามารถตัดการเชื่อมต่อไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ตามมาตรฐาน IEC/EN 60947-1 และ IEC/ EN 60947-3 และมาตรฐานความปลอดภัย VDE AR 2100-712 และ OVE R-11-1 

โดดเด่นด้วยฟังก์ชั่น Rapid Shutdown

สำหรับอุปกรณ์ที่กำลังเป็นที่สนใจในขณะนี้ คือ อุปกรณ์หยุดการทำงานฉุกเฉิน (Rapid Shutdown หรือ RSD) ซึ่งเป็นกลไกด้านความปลอดภัยที่ลดแรงดันไฟฟ้าอย่างรวดเร็วไปยังแรงดันไฟฟ้าที่ระดับปลอดภัย ในสหรัฐอเมริกาได้ออกมาตรฐาน National Electrical Code (NEC 2020) มาตรา 690.12 โดยกำหนดให้ในระบบโซล่าร์ติดตั้งบนหลังคาควบคุมตัวนำที่อยู่นอกขอบเขตหรือมากกว่า 30 ซม. จากขอบแผงโซลาร์ออกไปจะต้องมีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 30 โวลต์ ภายใน 30 วินาทีนับจากเริ่มต้นหยุดการทำงานฉุกเฉิน และตัวนำควบคุมที่อยู่ภายในขอบเขตหรือไม่เกิน 30 ซม.จากขอบแผง จะต้องมีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 80 โวลต์ ภายใน 30 วินาทีนับจากเริ่มต้นหยุดการทำงานฉุกเฉิน 

SolarEdge Inverter Rapid Shutdown Firefighter_2

SolarEdge ถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตอุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์เพียงไม่กี่รายที่มีฟังก์ชั่นอุปกรณ์หยุดทำงานฉุกเฉิน (Rapid Shutdown) แบบบูรณาการที่มีประสิทธิภาพตามระเบียบข้อบังคับของ NEC 2020 และ วสท. 2565 ขณะที่ผู้ผลิตรายอื่นนำเสนอฟังก์ชั่นนี้ผ่านอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ และไม่ได้มีการสื่อสารกับอินเวอร์เตอร์หรือการแจ้งเตือนในมอนิเตอร์ริ่งเดียวกัน ซึ่งอาจเพิ่มความซับซ้อนในระบบและเพิ่มต้นทุนค่าใช้จ่ายและขาดความเสถียรในการทำงานโดยไม่จำเป็น

SolarEdge ตอบโจทย์ครบถ้วนด้านความปลอดภัยทั้งการตรวจจับข้อบกพร่องของอาร์ค SafeDC™  ที่มั่นใจได้ถึงแรงดันไฟฟ้าที่ปลอดภัยต่อการสัมผัส และฟังก์ชั่นหยุดการทำงานฉุกเฉิน (Rapid Shutdown) ซึ่งได้มาตรฐาน NEC จากประเทศสหรัฐอเมริกา และมาตรฐานฉบับใหม่ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ทำให้ SolarEdge เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ระบบ PV เพียงไม่กี่รายที่มีฟังก์ชั่นนี้  ส่งผลให้ SolarEdge มีระบบความปลอดภัยครบวงจร มีความโดดเด่นเหนือคู่แข่ง การันตีได้จากจำนวนไซต์งานที่มากกว่า 2 ล้านแห่งทั่วโลก 

“ติดตั้งระบบโซล่าร์เซลล์อย่างปลอดภัย เลือกใช้ SolarEdge”

เราพร้อมให้ความช่วยเหลือ

เรามีผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญในการจัดหาโซลูชั่นพลังงานอัจฉริยะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับความต้องการของคุณ กรุณาติดต่อเราสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและสอบถามข้อมูลการขาย